สาส์นฯ ล่าสุด

สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า โรงเรียนอาชีวพระมหาไถ่

     เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา 24 กันยายน 2010 มีกิจกรรมปัจฉิมนิเทศ สำหรับศิษย์ที่กำลังจะจบการศึกษาของปีการศึกษานี้ คือประมาณ 52 คน สิ่งหนึ่งที่พ่อสะดุดใจคือ มีนักเรียนหลายคนกล่าวตรงกันว่า "ขอบคุณโรงเรียนฯ" แต่คำถามคือว่า อะไรคือสิ่งที่เรียกว่าโรงเรียนอาชีวพระมหาไถ่ ที่เด็กๆกล่าวขอบคุณกัน?

     ถ้ามองโรงเรียนในมุมมองของการศึกษา โรงเรียนของเราคือโรงเรียนการกุศลที่อยู่ในเครือการศึกษาคาทอลิก เป็นโรงเรียนที่จัดการศึกษาพิเศษสำหรับผู้พิการทางแขนขา แม้โรงเรียนของเราจะอยู่ในระบบ (รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลบ้างบางส่วน) แต่เราก็สามารถจัดการศึกษาแบบนอกระบบ (คือไม่อิงกับหลักสูตรอาชีวะทั่วไปเช่น ปวช. ปวส.) หลักสูตรของเราตอบสนองกับเป้าหมายของปรัชญาโรงเรียนที่ว่า ฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ และสามารถทำให้นักเรียนกลับสู่สังคมและมีงานทำอย่างแท้จริง

     

     ถ้ามองโรงเรียนในแง่กฏหมาย โรงเรียนของเราคือนิติบุคคล คือไม่ใช่คนจริงๆ แต่เป็นองค์กรที่ถูกต้องตามกฏหมาย พูดง่ายๆก็คือ ไม่ใช่โรงเรียนเถื่อนนั่นเอง...

     

     แล้วถ้านักเรียนพากันพูดว่า "ขอบคุณโรงเรียน" พวกเขาขอบคุณอะไรกัน หรือพวกเขาจะขอบคุณโรงเรียนที่เป็นสถานที่ ตัวตึก เป็นสถาบัน องค์กรการกุศล หรือ โรงเรียนที่เป็นนิติบุคคล???

     

     พ่อเลยอยากเสนอความคิดว่าที่ โรงเรียนของเราคือสิ่่งมีชีวิตอย่างหนึ่ง สิ่งมีชีวิตนี้ประกอบด้วย สามองค์ประกอบด้วยกัน

     

     ประการแรกคือ เซลที่ประกอบกันเป็นอวัยวะส่วนต่างๆของโรงเรียน

     นั่นหมายถึง "ตัวนักเรียน" หากปราศจากนักเรียน ก็ไม่มีโรงเรียน ถ้าเปิดเรียนแล้วโรงเรียนไม่มีเด็กมาเรียน ก็ต้องปิด นักเรียนจึงเป็นเสมือนเซล ยิ่งมีนักเรียนมาก โรงเรียนก็ย่อมมีขนาดใหญ่ขึ้น ขยายขึ้น ดังเช่น โครงการเปิด "โรงเรียนอาชีวพระมหาไถ่ หนองคาย" เพื่อตอบสนองความต้องการของคนพิการที่อยู่ภาคอิสาน และในอนาคต เพื่อคนพิการในเขตอินโดจีน

     

     ประการที่สอง คือหัวใจ

     โรงเรียนมีหัวใจคือ บรรดาครูและเจ้าหน้าที่ ที่พวกเขาเต้นสูบฉีด มอบชีวิต และความหวังให้กับนักเรียนอยู่ทุกขณะ เพราะถ้าหากปราศจากครูและเจ้าหน้าที่ โรงเรียนของเราก็ดำเนินงานไม่ได้ หากพวกเขาหยุดทำงานเปรียบเสมือนหัวใจหยุดเต้น โรงเรียนของเราก็จะมีชีวิตอยู่ไม่ได้

     

     ประการที่สาม คือ จิตวิญญาณ

     โรงเรียนของเรามีจิตวิญญาณที่พวกเราเรียกว่า "จิตตารมณ์" จิตตารมณ์อาจจะเรียกอีกอย่างหนึ่งได้ว่า อุดมการณ์ เป็นความฝัน ความหวัง วิสัยทัศน์ สปิริต ฯลฯ ที่คุณพ่อเรย์ผู้ก่อนตั้งโรงเรียนได้วางรากฐานไว้ มีบรรดาซิสเตอร์คณะพระกุมารเยซูมาช่วยเหลือ มีบรรดาคุณพ่อคณะพระมหาไถ่มาเติมเต็ม จิตวิญญาณนี้ทำให้ทุกคนที่จบจากโรงเรียนพูดอย่างเต็มปากว่า "เป็นลูกพ่อเรย์" และเป็น "ลูกพ่อแดง" เป็น "ศิษย์ของคณะพระมหาไถ่" บรรดาเซลเหล่านั้นได้รับจิตวิญญาณนี้ และพวกเขาออกไปเพื่อสืบสานปณิทานนี้ต่อไป คือการออกไปช่วยเหลือคนอื่นๆในสังคม

     

     คราวหน้า เวลาที่เด็กกล่าวขอบคุณโรงเรียน เราสามารถเข้าใจอย่างถ่องแท้ได้ว่า สิ่งที่พวกเขากล่าวขอบคุณคือ สิ่งที่มีชีวิตที่เรียกว่าโรงเรียนอาชีวพระมหาไถ่ พวกเขาขอบคุณบรรดาเพื่อนๆนักเรียนที่เรียนร่วมกับเขา พวกเขาขอบคุณบรรดาครูและเจ้าหน้าที่ที่ช่วยดูแลและส่งมอบสิ่งดีๆให้พวกเขา และสุดท้าย พวกเขาขอบคุณพ่อเรย์ บรรดาคุณพ่อและซิสเตอร์ที่ให้แรงบันดาลใจและความหวังในชีวิต

     

     ขอบคุณสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า โรงเรียนอาชีวพระมหาไถ่

     

     ขอพระอวยพร

     คพ.วรวุฒิ สารพันธุ์, C.Ss.R.

#1 บาทหลวง ดร.พิชาญ ใจเสรี [2011-07-07]...เปิดสาส์น
#2 สามพ่อผู้ยิ่งใหญ่ [2011-02-25]...เปิดสาส์น
#3 ควันหลงอุทกภัย ปักธงชัย โคราช [2010-12-18]...เปิดสาส์น
#4 สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น (ตอนที่ 1) [2010-07-14]...เปิดสาส์น
#5 คุณค่าของการทำความดี [2010-06-15]...เปิดสาส์น
#6 ขอต้อนรับศิษย์ใหม่ทุกคน [2010-05-03]...เปิดสาส์น
#7 ปีเก่าไป ปีใหม่มา [2010-01-15]...เปิดสาส์น
#8 ค่ายเติมเต็มฝัน 1 [2009-10-17]...เปิดสาส์น
#9 ฤา พายุจะเข้า! [2009-10-01]...เปิดสาส์น
#10 งานนี้งานใหญ่ [2009-08-17]...เปิดสาส์น
#11 เนื่องในวันแม่ [2009-08-10]...เปิดสาส์น
#12 สัญญาณแห่งกาลเวลา [2009-07-24]...เปิดสาส์น
#13 และแล้วก็เปิดเทอมใหม่ [2009-05-06]...เปิดสาส์น
#14 ยินดีต้อนรับนักเรียนใหม่ล่วงหน้า [2009-04-06]...เปิดสาส์น
#15 เมื่อคุณพ่อแข่งกับคุณลูก(พระมหาไถ่) [2009-03-26]...เปิดสาส์น
#16 ปิดเทอม แต่อย่าปิดใจ [2009-03-17]...เปิดสาส์น
#17 วันเลี้ยงนักกีฬา 2009 [2009-03-13]...เปิดสาส์น
#18 มหาไถ่วิชาการ 2009 [2009-03-06]...เปิดสาส์น